The King and Thais
นับตั้งแต่กรุงเทพมหานครได้รับการสถาปนาให้เป็นเมืองหลวงของชาวไทย ในปี พ.ศ.2325 มาจนถึงปัจจุบัน ความผูกพันระหว่างพลเมืองกับสถาบันกษัตริย์ในพระราชวงศ์จักรี(Chakkri Dynasty)
มีความยั่งยืนมั่นคงไม่เคยเปลี่ยน ทั้งนี้ด้วยคนไทยต่างสำนึกในพระราชภาระอันหนักในการปกครองบ้านเมืองของพระมหากษัตริย์ทั้ง 9 พระองค์อย่างยิ่ง ดังนั้นเราจึงพบพระบรมราชานุสาวรีย์ของพระมหากษัตริย์ในพระราชวงศ์จักรีทั่วทั้งกรุงเทพมหานคร ซึ่งแต่ละแห่งมีทั้งเอกลักษณ์แสดงให้เห็นถึงความเป็นไทย ความงดงาม ความสง่างาม และที่สำคัญสามารถสะท้อนพระราชกรณียกิจและความผูกพันระหว่างสถาบันกษัตริย์กับคนไทยได้อย่างดียิ่ง และในวาระวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์และวันสถาปนากรุงเทพมหานคร Bangkokdiary รู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่จะพาคุณไปชมพระบรมราชานุสาวรีย์ของกษัตริย์ไทยในพระราชวงศ์จักรี อันประกอบไปด้วย
1. พระปฐมบรมราชานุสรณ์
พระราชกรณียกิจสำคัญ: ทรงสถาปนากรุงเทพมหานครเป็นราชธานีแห่งใหม่ของเมืองไทย เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2325 พร้อมกับการสถาปนาพระราชวงศ์จักรี
สถานที่ตั้ง: เชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (Memorial Bridge ) ฝั่งพระนคร
ลักษณะ: พระบรมราชานุสาวรีย์ประกอบไปด้วยสะพานและพระบรมรูป สร้างขึ้นในรัชกาลที่ 7(King Prachadhibok or King Rama VII) และเปิดอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ.2475 นับเป็นสะพานเหล็กแห่งแรกของไทย พระบรมรูปหล่อด้วยสำริด ขนาดสองเท่าของพระองค์จริง ประทับนั่งเหนือพระราชบัลลังก์ ทรงพระมาลา พาดพระแสงดาบบนพระเพลา ด้านหน้าพระบรมรูปเป็นลานกว้างและใต้สะพานด้านหลังพระบรมรูปในเวลาตั้งแต่ 19.00 – 24.00 น. จะเป็นที่ตั้งของตลาดนัดแฟชั่นที่ได้รับความนิยมมากของกรุงเทพมหานคร
2. พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 (King Rama II)
พระราชกรณียกิจสำคัญ: รัชกาลของพระองค์คือยุคทองของวรรณคดีในพระราชวงศ์จักรี
สถานที่ตั้ง: ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ด้านหน้าพระปรางค์ วัดอรุณราชวราราม (Temple of dawn)
ลักษณะ: พระบรมรูปสำริด ประทับยืน ทรงเครื่องทรงอย่างกษัตริย์ไทย ขนาดเท่าครึ่งของพระองค์จริง สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2534 เพื่อระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงอุปถัมภ์วรรณคดีไทยและโปรดเกล้าฯให้สร้างพระปรางค์วัดอรุณราชวราราม ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ของกรุงเทพมหานคร
3. พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 (King Rama III)
พระราชกรณียกิจสำคัญ: รัชกาลของพระองค์การค้ากับจีนเจริญรุ่งเรืองมาก และนับเป็นช่วงเริ่มต้นในการติดต่อการค้ากับประเทศตะวันตก มีการผสมผสานศิลปวัฒนธรรมจีนเข้ากับไทยประเพณีอย่างมาก และโปรดการสร้างวัด ดังปรากฏมีวัดมากมายในกรุงเทพที่สร้างในรัชกาลนี้
สถานที่ตั้ง: ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ ด้านหน้าวัดราชนัดดาราม (Rajanaddaram Temple)
ลักษณะ: พระบรมรูปสำริดขนาดสองเท่าของพระองค์จริง ประทับบนพระราชบัลลังก์ ทรงพระแสงดาบในพระหัตถ์ซ้ายวางบนพระเพลาซ้าย ด้านหลังมีซุ้มรูปปราสาทแบบไทยสามยอด ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำพระองค์ บริเวณโยรอบเป็นสวนหย่อม ด้านทิศตะวันตกคือพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ ซึ่งใช้สำหรับต้อนรับแขกเมืองซึ่งเป็นพระราชอาคันตุกะ และด้านหลังคือโลหะปราสาท ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างทรงไทยมียอด 32 ยอดที่บุหลังคาด้วยดีบุก
4. พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 (King Monkut)
พระราชกรณียกิจสำคัญ: พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย ซึ่งทรงคำนวนสุริยุปราคาได้อย่างแม่นยำ กษัตริย์ไทยพระองค์แรกที่รับเอาศิลปวัฒนธรรม เทคโนโลยีและองค์ความรู้ของตะวันตกมาปรับใช้กับการบริหารบ้านเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ
สถานที่ตั้ง: หอพระจอม ด้านทิศตะวันตกของพระอุโบสถวัดราชประดิษฐสถิตย์มหาสีมาราม(Rajapradit Temple)
ลักษณะ: พระบรมรูปปูนปั้น ขนาดเท่าพระองค์จริง ฉลองพระองค์อย่างกษัตริย์ ทรงเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดของฝรั่งเศส ซึ่งรัฐบาลฝรั่งเศสส่งมาถวายเป็นเครื่องราชบรรณาการ และโปรดให้ช่างไทยปั้นพระบรมรูปเพื่อส่งไปตอบแทนรัฐบาลนั้น ทว่าไม่เป็นที่พอพระทัย จึงโปรดฯให้นำมาไว้ที่นี่ นับเป็นประติมากรรมรูปเหมือนชิ้นแรกๆของไทย

5. พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 (King Chulalongkorn or King Rama V) หรือพระบรมรูปทรงม้า
พระราชกรณียกิจสำคัญ: มหาราชที่ยิ่งใหญ่ของราชวงศ์จักรี ทรงเลิกทาสโยไม่เสียเลือดเนื้อ เสด็จประพาสยุโรปถึงสองครั้งจนชาวยุโรปรู้จักประเทศสยามไปทั่ว ทรงรักษาอธิปไตยของไทยจากลัทธิจักรวรรดินิยมได้อย่างชาญฉลาด
สถานที่ตั้ง: ด้านหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม (Anantasamakom Throne hall)
ลักษณะ: พระบรมรูปสำริดขนาดเท่าครึ่งของพระองค์จริง สร้างด้วยเงินบริจาคของประชาชนด้วยความจงรักภักดี ปั้นและหล่อโดยช่างชาวฝรั่งเศสซึ่งพระองค์เองเสด็จฯไปทรงเลือกแบบและประทับให้ช่างปั้นพระบรมรูป นับเป็นอนุสาวรีย์แห่งแรกของไทยที่สร้างขึ้นขณะที่เจ้าของยังมีพระชนม์ชีพอยู่และเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดด้วยพระองค์เอง
6. พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 (King Vajiravutra or King Rama Vi)
พระราชกรณียกิจสำคัญ: พระบิดาแห่งการลูกเสือไทย ทรงทำนุบำรุงการศึกษาโดยพระราชทานกำเนิดโรงเรียนประจำแห่งแรกของไทย ทรงพระปรีชาสามารถทั้งด้านภาษาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ นาฏศิลป์ วรรณศิลป์และทรงทำนุบำรุงกองทัพไทยมาโดยตลอด
สถานที่ตั้ง: สวนลุมพินี (Lumpini park) ด้านต้นถนนสีลม(Silom road) สามารถมองเห็นได้จากในรถไฟฟ้ามหานคร ขณะวิ่งจากสถานีราชดำริถึงสถานีศาลาแดง
ลักษณะ: พระบรมรูปสำริดขนาดสองเท่าของพระองค์จริง ทรงเครื่องแบบเต็มยศอย่างทหารไทย ทรงพระแสงกระบี่ในพระหัตถ์ซ้าย สวนลุมพินีแห่งนี้โปรดฯให้สร้างเพื่อพระราชทานแก่คนกรุงเทพใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ ถือเป็นสวนสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดของกรุงเทพ
7. พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 King Prachadhibok or King Rama VII
พระราชกรณียกิจสำคัญ: กษัตริย์ผู้พระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
สถานที่ตั้ง: ด้านหน้าอาคารรัฐสภา
ลักษณะ: พระบรมรูปสำริดขนาดเท่าครึ่งของพระองค์จริง ทรงเครื่องขัติยราชภูษิตาภรณ์ สวมพระชฎา ประทับเหนือพระราชอาสน์ ดุจเดียวที่กับที่ทรงในพระราชพิธีพระราชทานรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2475
8. พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 (King Anandhamahidol )
พระราชกรณียกิจสำคัญ: เสด็จฯเยี่ยมประชาชนในย่านเยาวราช ทำให้สายสัมพันธ์ของคนไทยและคนไทยเชื้อสายจีนที่กำลังตึงเครียดกลับมากระชับแนบแน่นดังเดิม
สถานที่ตั้ง: เชิงสะพานพระราม 8 (Rama VIII Bridge ) ฝั่งธนบุรี
ลักษณะ: พระบรมรูปสำริดขนาดสองเท่าของพระองค์จริง ประทับยืน ทรงเครื่องแบบทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ พระบรมราชานุสาวรีย์รวมไปถึงสะพานพระราม 8 สะพานขึงระนาบเดียวแห่งแรกและแห่งเดียวของไทย ซึ่งได้รับการกล่าวขานว่าเป็นสะพานที่งดงามที่สุดในกรุงเทพมหานคร
พระบรมราชานุสาวรีย์บางแห่ง ไม่ใช่เพียงแค่อนุสรณ์ถึงพระมหากษัตริย์ผู้ปรีชาสามารถเท่านั้น แต่สำหรับคนไทยบางกลุ่ม เชื่อกันว่าพระองค์คือเทพเจ้าผู้ปกปักรักษาผืนแผ่นดิน พระราชทานความสุขแก่บ้านเมือง จึงไม่น่าแปลกใจเลยหากพบว่ามีการเคารพกราบไหว้พระบรมราชานุสาวรีย์ประดุจรูปเคารพในศาสนา หากนั้นเป็นการแสดงถึงความรักความเทิดทูนสูงสุดแบบไทยๆ
แม้ว่าพระบรมราชานุสาวรีย์เหล่านี้จะประดิษฐานอยู่ทั่วกรุงเทพ ใกล้กับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ทว่าน้อยครั้งที่มีการผู้เชิญชวนแขกบ้านแขกเมืองให้ชมและเล่าถึงพระราชกรณียกิจของกษัตริย์ในพระราชวงศ์จักรีแต่ละพระองค์ นี่จึงเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของเรา


