บัว:ดอกไม้แห่งวัฒนธรรม
แม้ว่าราชพฤกษ์จะเป็นไม้ประจำชาติไทยอย่างเป็นทางการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2506 ตามการเสนอของกรมป่าไม้ก็ตาม
แต่ในทางปฏิบัติแล้ว เรามักพบว่าดอกไม้ที่มีส่วนร่วมกับวิถีชีวิตของคนไทยมากที่สุดนับจากอดีตกาลจนถึงปัจจุบันก็คือ ดอกบัว
การรับเอาลัทธิความเชื่อและศิลปวัฒนธรรมจากชมพูทวีปสู่สยามประเทศในครั้งโบราณ คงรับเอาคติเกี่ยวกับดอกบัวเข้ามาด้วยและหยั่งรากลึกแน่นแฟ้นลงในสังคมและจารีตของไทย ดอกบัวจึงกลายเป็นดอกไม้สำคัญที่สื่อแสดงถึงการเคารพเทิดทูน การบูชา เป็นเครื่องหมายแห่งความบริสุทธิ์ การหลุดพ้นและถือเป็นดอกไม้ที่เกี่ยวพันกับการดำเนินชีวิตมากที่สุดของคนไทย
นัยที่แฝงไว้ในดอกบัวนี้ทำให้รูปแบบของดอกบัวเข้าไปมีส่วนร่วมกับศิลปนานาแขนง ทั้งจิตรกรรม, ประติมากรรม, สถาปัตยกรรม รวมถึงเรื่องราวในตำนานและคติมากมายที่กลายเป็นต้นทางของสุภาษิต คำพังเพยมากมาย การนำเสนอดอกบัวทั้งในรูปลักษณ์โดยตรงและการคลี่คลายของดอกหรือส่วนประกอบต่างๆของบัว สะท้อนค่านิยมของคนไทยกับดอกบัวได้อย่างน่าสนใจ อาทิ
การทำลวดลายประดับหัวเสาของอาคารเป็นรูปทรงดอกบัวแบบต่างๆและยังคงเรียกว่า ‘บัวหัวเสา’
การทำฐานรองรับพระพุทธรูป เทวรูปหรือรูปเคารพทางศาสนาที่สำคัญให้เป็นรูปดอกบัวบาน สื่อความหมายถึงทิพยภาวะของพระพุทธเจ้าหรือเทพเจ้าเหล่านั้น เรียกกันว่า ‘ฐานบัว’
การทำฐานของเจดีย์ทรงลังกาแบบที่นิยมสร้างในศิลปะสุโขทัย ให้มีรูปกลีบบัวคว่ำและหงาย ซึ่งเรียกกันว่า ‘ลวดบัว’ เป็นต้น
ไม่มีใครรู้ว่าจุดเริ่มต้นของค่านิยมเกี่ยวกับดอกบัวของคนไทยนี้มีขึ้นเมื่อใดและใครเป็นต้นกำเนิด แต่จนถึงปัจจุบันนี้ดอกบัวก็มีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อศิลปวัฒนธรรมจนกลายเป็นเนื้อเดียวกับชาติไทยไปเสียแล้ว และจะเป็นอย่างนี้ต่อไปจนชั่วลูกสืบหลาน
ในปัจจุบันนี้ นอกจากในแง่มุมของศิลปวัฒนธรรมและจารีตประเพณีแล้ว เรายังพบว่าดอกบัวกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่ถูกใช้เพื่อสื่อสารถึงภาพลักษณ์ความเป็นไทยในสถานที่และกิจกรรมต่างๆ อาทิ การใช้ดอกบัวตกแต่งสถานที่ในโรงแรมและสถานบริการต่างๆเช่น สปาและร้านอาหาร เป็นต้น รวมถึงการสร้างสรรค์ สืบทอดและต่อยอดองค์ความรู้ด้านต่างๆที่มีดอกบัวเป็นสื่อกลาง อาทิ การปรุงอาหารด้วยส่วนประกอบต่างๆของบัว เช่น แกงส้มสายบัว, ข้าวห่อใบบัว รวมถึงการทำน้ำรากบัวและรากบัวเชื่อม
ในด้านงานประดิษฐ์ คนไทยเป็นชาติเดียวในโลกที่รู้จักศิลปะการพับกลีบบัวในรูปแบบต่างๆเพื่อใช้ในพิธีการ ซึ่งมีอย่างน้อย 5 แบบหลักและยังสามารถพลิกแพลงออกไปไม่รู้จบ ที่สำคัญช่างฝีมือในวังรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ยังสามารถประดิษฐ์ตุ๊กตาฝรั่งนุ่งกระโปรงบานด้วยดอกบัวล้วนๆ สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน สร้างความอัศจรรย์ใจทุกครั้งเมื่อมีผู้พบเห็น
นอกจากนี้ในแวดวงเภสัชกรรมยังรู้จักใช้ส่วนต่างๆของดอกบัวในการทำยา ตั้งแต่เกสร กลีบดอก ฝักไปจนถึงก้าน รากและเหง้า
จึงไม่แปลกปัจจุบันนี้ดอกบัวจะกลายเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญชนิดหนึ่งของไทย การแพร่ขยายพันธ์ ดูแลรักษาและเก็บเกี่ยวที่ไม่ยุ่งยากทำให้ผู้คนมากมายในหลายพื้นทั่วประเทศ ขอเพียงเป็นพื้นที่มีน้ำขังตลอดปีก็สามารถยึดอาชีพการทำนาบัวเพื่อเลี้ยงตัวเองได้อย่างสบาย เราจะพบดอกบัววางขายในทุกๆพื้นที่ ในหลายรูปแบบ โดยมีศูนย์กลางใหญ่ที่สุดอยู่ที่ปากคลองตลาดและตลาดสี่มุมเมืองในราคาตั้งแต่กำลัง 30 – 200 บาท ขึ้นอยู่กับฤดูกาล ขนาดของดอก สีและพันธุ์ โดยบัวที่มักปลูกขายในเมืองไทยจะประกอบด้วย
1. บัวหลวง อยู่ในสกุลปทุมชาติ ลักษณะใบชูเหนือน้ำ เจริญเติบโตโดยมี ไหล ชอนไชไปใต้พื้นดิน พันธุ์ของบัวหลวงที่นิยมปลูกในปัจจุบัน ได้แก่ พันธุ์ฉัตรขาว ฉัตรแก้ว และฉัตรแดง
2. บัวฝรั่ง อยู่ในสกุลปทุมชาติ ลักษณะคล้ายบัวหลวง ต้นอ่อน เจริญเติบโตโดยสร้างลำต้น หรือเหง้า เจริญตามแนวนอนใต้ผิวดิน ลักษณะใบมีทั้งขอบเรียบและขอบใบจัก
3. บัวผัน บัวเผื่อน อยู่ในสกุลอุบลชาติ ต้นที่งอกจากเมล็ดจะเจริญตามแนวดิ่งขึ้นสู่ผิวดิน แล้วแตกก้านใบบนผิวดินดอกชูพ้นน้ำ บานในเวลาเช้าหรือกลางวัน และหุบตอนเย็น เป็นบัวชนิดที่ขยายพันธุ์ได้ช้า
4. บัวสาย อยู่ในสกุลอุบลชาติ มีหัวกลมๆ สายขนาดปลายนิ้วก้อย มีขนเล็กน้อย ใบมน ขอบใบจัก ดอกบานกลางคืน และหุบเวลาเช้า
5. จงกลนี อยู่ในสกุลอุบลชาติ มีเหง้าเจริญเติบโตในแนวดิ่ง เมื่อเหง้าแก่เต็มที่จะสร้างหัวเล็กๆรอบเหง้า เมื่อหัวแก่จะเจริญเป็นต้นใหม่ขึ้นมาข้างๆต้นแม่
6. บัวกระด้ง หรือบัววิกตอเรีย ใบมีขนาดใหญ่ กลมคล้ายกระด้ง
ความสำคัญและสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของคนไทยและดอกบัวนี้เองทำให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญญบุรี อำเภอคลองหก จังหวัดปทุมธานี เปิดพิพิธภัณฑ์บัวภายใต้โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ขึ้นในปี พ.ศ. 2546 เพื่อดำเนินการสำรวจ เก็บรวบรวมพันธุ์บัว ปลูกรักษา ศึกษาการใช้ประโยชน์ และสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์พันธุ์บัว โดยเริ่มดำเนินการรวบรวมพันธุ์บัวเพียง 40 สายพันธุ์ ปัจจุบันมรพันธุ์บัวมากกว่า 100 สายพันธุ์ มีทั้งบัวหลวง บัวผัน บัวสาย บัววิกตอเรีย และบัวพันธุ์ไทยหายาก ในพื้นที่ 18 ไร่ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จึงมีแนวคิดในการพัฒนาพิพิธภัณฑ์เสมือนบัว (Virtual Museum Lotus) ให้อยู่ในรูปแบบที่สามารถศึกษาได้จากเว็ปไซต์ เพื่อขยายฐานและโอกาสในการศึกษาหาความรู้ได้มากขึ้น จึงเกิดโครงการ พิพิธภัณฑ์เสมือนบัวขึ้น ขึ้นเพื่อศึกษา ทดลอง อนุรักษณืและขยายพันธุ์ดอกบัวหลากหลายชนิด


